Featured

ฮานอย ประเทศเวียดนาม

ทัวร์เวียดนาม
ท่องเที่ยวฮานอยคราวนี้ไปจัดทริปท่องเที่ยวฮานอย อาทดลอง นิงห์บิงห์ 4 วัน ช่องทางมาอย่างนี้ลางานไปเลยจ้ะ ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ 2 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบินนอยไบ กรุงฮานอย เป็นจังหวัดที่มีความพิเศษทางธรรมชาติมากมาย ฮานอยมีพื้นที่เป็นที่เปียกแฉะน้ำในเขตแดนอันกว้าง ตรงนี้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเรียกว่า อ่าวฮาทดลองบนแผนดินหรือฮาทดลองบก นั่นเองจ้ะ!! ตรงนี้ทางทัวร์จะให้พวกเราได้อิสระสำหรับในการช้อปปิ้งตามร้านรวงต่างๆรวมทั้งที่ยินดีกว่านั้น แถวที่พัก มีลานเบียร์สดให้จิบกันเบาๆกับบรรยากาศเย็นสบายกลางคืน มาถึงแล้วจะต้องทดลองเบียร์สดกันนะคะ^
กลางทางไปถ้ำตำก๊อกน้ำจะผ่านทุ่งนาข้าวอยู่สองข้างทาง ถ้ำตำก๊อกน้ำจะมีหินงอกหินย้อยอันน่าประหลาดดวงใจ หลบซ่อนอยู่ภายใต้ความลึกของแนวเขา เทือกเขาและก็สมุทรเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้ตรงนี้มีทำเลที่ตั้งที่เหมือนกับภาพวาดแหนะ
และก็ตามด้วยการนั่งรถยนต์กอล์ฟเพื่อสักการพระพุทธรูปที่วัด BAI DINH ซึ่งเป็นวัดดั้งเดิมประจำเมืองของเมืองหลวงเก่าที่มีประวัติแล้วก็กิตติศัพท์ของเวียดนาม มีพุทธรูปตั้งเรียงรายทั้งสิ้น 2,000 องค์ นอกเหนือจากนั้นมีหอระฆัง ตึกเจ้าแม่กวนอิม และก็วิหารเจ้าแม่กวนอิมพันมือ วัดนี้ถูกทำมาถูกหลักฮวงจุ้ยแท้ๆเป็นข้างหน้าเป็นน้ำข้างหลังเป็นเขา มีแนวเขาเยอะแยะ นา ท้องน้ำ รวมทั้งมีแต่ว่าพืชเขียวชอุ่มผ่องใส ยิ่งมองดูยิ่งงามผิดตาหาไม่ได้จากที่ไหน
ต่อจากนั้นถึงเวลาพักตอนกลางวัน เอาแรงเพื่อเดินทางสู่ดินแดนที่มังกรหลับ เมืองฮาทดลอง จังหวัด Quang Ninh ตรงนี้มีเขตแดน ใกล้กับจีน ใช้เวลาสำหรับในการเดินทางตรงนี้นาน 4 ชั่วโมง ระหว่างนั้นเขามีให้แวะพักร้านค้ายาสมุนไพร หรือผู้ใดกันจะนวดเพื่อบรรเทาตามความสะดวก
แวะทานมื้อเย็นเสร็จฝ่าช้อบอิสระต่อที่ตลาดช่วงกลางคืนของเมืองฮาทดลอง มีอีกทั้งของที่ระลึก ของฝาก ดังเช่นว่า กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า ไม้หอมสลัก ฯลฯ แม่ค้าตรงนี้จำนวนมากบอกภาษาไทยได้ แล้วก็สามารถต่อรองราคาผลิตภัณฑ์ได้ด้วยนะ
จากนี้ได้ดูความสวยสดงดงามของถ้ำด่งเทียนลุกง มีหินงอกหินย้อยล้วนแล้วแต่สวยสดงดงาม เพราะว่าถ้ำนี้พึ่งจะถูกศึกษาและทำการค้นพบก็เลยชื่นชอบมากมายเป็นพิเศษที่ได้มาดูความสวยงามการประดับสีตามฝาผนังและก็มุมต่างๆที่ผลิตขึ้นโดยธรรมชาติและก็ถูกเติมแต่งโดยความสามารถมนุษย์ แสงสีที่พอดีก่อให้เกิดจินตนาการรูปร่างต่างๆทั้งยัง มังกร เทพธิดา รูปคู่ชีวิตชายหนุ่มสา ฯลฯ ดูความงามของธรรมชาติถึงเวลาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของที่ระลึกต่างๆแล้วเดินทางกลับสู่ท่าเรือฮาทดลอง
พักรับประทานอาหารเย็นแล้วไกด์จะพาพวกเราไปดูการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ เป็นศิลปกรรมประจำชาติซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเวียดนาม ที่ให้ดูได้เพียงแค่ตรงนี้ที่เดียวในโลก
วันสุดท้ายในกรุงฮานอย เยี่ยม สี่เหลี่ยมจัตุรัสบาดิงห์ ป่าช้าผู้นำโฮจิมินห์ หลุมฝังศพใส่ร่างท่านผู้นำ ปิดเฉพาะวันจันทร์กับวันศุกร์ของอาทิตย์ แล้วก็กันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน โชคดีที่มาสิงหาคมเลยไม่พลาดที่กำลังจะได้ดู แม้กระนั้นสำหรับผู้ที่มาในตอนปิดบริการ สามารถดูความสวยในบรรยากาศรอบนอกได้จ้ะ
ทิ้งท้ายด้วยมื้อเที่ยงตรงแบบจัดหนัก ทัวร์พามาจัดบุฟเฟต์นานาประเทศที่ร้านอาหาร ของกินละลานตามากมาย อร่อยจนถึงท้องตึงรับประทานแบบไม่อายความเป็นกุลสตรีไทย
หมดแล้วกับทริปที่แสนพิเศษที่ได้ท่องไปยังเมือสีสันต์ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ดุจภาพวาด ถ้าหากได้โอกาสได้ไม่เข้าทำงานมาอีก ครั้งหลังอาจจะหนีไม่พ้นกรุงฮานอยที่มีความเงียบสงบและก็บรรยากาศอันน่าหลงไหล
Featured

ไหว้พระเมียนมาร์ รวม 5 สถานที่ทำบุญทำกุศล เสริมดวงบารมี

ทัวร์พม่า
วันนี้ทางพวกเราก็เลยได้สะสมรายนาม 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระเมียนมาร์นิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !1.
พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อกล่าวถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนส่วนมากชอบคิดถึง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นลำดับต้นๆสถานที่สุดได้รับความนิยมชั้น 1 ของทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ เหตุเพราะมีรายการวิทยุรวมทั้งรายการทีวีหลายรายการป้องกันอย่างยิ่งจริงๆที่จัดทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ตรงนี้ ก็เลยไม่ประหลาดใจว่าเพราะอะไรพวกเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งอย่างดีเยี่ยม
ส่วนความเป็นมาของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองกระทั่งใครๆก็ต้องการมาทัวร์ประเทศพม่าไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกศึก และก็แน่ๆว่าท้ายที่สุดเขาก็ชอบชนะซะทุกหน นอกจากนั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญแล้วก็ชาวเมียนมาร์อีกด้วยว่าการมากมายราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นแนวทางสิ้นทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ รวมทั้งอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีทุกวันกำเนิดติดตั้งอยู่ 8 ด้าน ที่สามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทวดาทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์เมียนมาร์
เว้นเสียแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์ประเทศพม่าไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทวดาทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดาทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายคือจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแต่ว่าต่ำลงยิ่งกว่าเทวดาตามคติความศรัทธาประเทศพม่า มีบทบาทคุ้มครองสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนประเทศพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนยกย่อง
ส่วนสาเหตุของชื่อ เทวดาทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรตรงนี้แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมความต้องการ ก็เลยเป็นต้นเหตุของชื่อ เทวดาทันใจ แล้วก็ยอดเยี่ยมในมูลเหตุที่คนอีกจำนวนไม่น้อยท่องเที่ยวไหว้พระประเทศพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระประเทศพม่ากับ เทวดากระซุบกระซิบ (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อพวกเราไปไหวเทวดาทันใจแล้ว จำนวนมากท่องเที่ยวประเทศพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการ เทวดากระซิบบอก กันต่อเลย เพราะว่าสถานที่ตั้งของเทวดากระซิบกระซาบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดากระซิบบอกมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรหญิงของพญานาคที่เชื่อถือพุทธเป็นอย่างมาก เมื่อตายไปก็เลยแปลงเป็น นัต
ส่วนสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อเทวดากระซุบกระซิบ แล้วก็ความอำนาจที่ยั่วยวนใจไหว้พระประเทศพม่านั้น บอกเลยว่ามีเหตุที่เกิดจากชาวไทยนี่แหละ ตอนแรกชาวเมียนมาร์ก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แม้กระนั้นไม่มีผู้ใดไปกระซิบบอกอะไร จนถึงวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระประเทศพม่าได้พาชาวไทยไปและก็มองเห็นป้ายภาษาประเทศพม่าที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เพราะว่ามีพ่อค้าแม่ขายรอบๆนั้นถูกใจโหวกเหวกโวยวาย แม้กระนั้นไกด์รู้ผิดก็เลยบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าเกิดจะขอพรกับเทวดาองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” จากนั้นลูกทัวร์คนประเทศไทยก็ไปกระซิบกระซาบขอพร ซึ่งแน่ๆชาวประเทศพม่ามองเห็นคนประเทศไทยทำแล้วก็สมหวังตามต้องการก็เลยเริ่มทำบ้าง จนถึงแปลงเป็นธรรมเนียมปฏิบัติท้ายที่สุด
4.สักการพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ปิ้งกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระประเทศพม่าโน่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้เอามาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่ยุคพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วม นับว่าเป็นสิ่งศักดาที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามานาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็นับว่าไม่ธรรมดา เพราะว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบพูกาม สวยงาม งอนงาม โดยมีข้อดีตรงที่ตัววัดจะเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่งาม ก็เลยเหมาะมากที่จะมาไหว้พระประเทศพม่าที่วัดนี้
5.สักการพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
แม้เมืองไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งเย้ายวนใจนักเดินทางแล้ว ไหว้พระประเทศพม่าก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเหมือนกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพุทธรูปปริมาณยาวราว 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศประเทศพม่า มีข้อดีตรงที่ดวงตาที่มองหวานรวมทั้งผ้าจีวรที่เป็นพลิ้วไหวๆส่วนตรงแกนกลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกเหนือจากนี้พระบาทยังมีลักษณะทับกันทำให้ผิดแผกแตกต่างกับศิลป์แบบไทยอีกด้วย
Featured

เกาะเจจู (Jeju Island) เกาะแห่งความโรแมนติก

ทัวร์เกาหลี
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มรดกโลกถ้าหากยังคิดไม่ออกท่องเที่ยวไหนดีพวกเรามีสถานที่เที่ยวเกาะเชจูหรือเจจู(Jeju)เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด รวมทั้งเป็นเมืองทางด้านใตนในเขตของประเทศเกาหลีใต้ เกาะที่นี้เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวแล้วก็เมืองฮันนีมูนที่ได้รับความนิยมเพราะว่ามีอากาศกำลังสบายตลอดปีหมายถึงไม่เหน็บหนาวในช่วงฤดูหนาวเป็นต้นว่าเมืองอื่นของประเทศเกาหลีใต้ และไม่ร้อนมากในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 15 องศา รวมทั้งในฤดูร้อนอยู่ที่ 22-26 องศา นอกนั้นเกาะเชจูยังเป็นเขตมรดกโลก ด้วยเหตุว่าเป็นเกาะที่เกิดขึ้นมาจากการปะทุของปล่องภูเขาไฟ มีธรรมชาติงดงาม มีน่าพิศวงถ้ำลาวา และก็สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติแล้วก็วัฒนธรรมอีกเยอะมากหลายที่ และก็ที่สถานที่แรกที่ผมจะพาท่านไปพบเป็น
1. ศูนย์การแสดงสัตว์น้ำ (Hanwha Aqua Planet Jeju) เป็นพิพิธภัณฑสถานที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ทัวร์ประเทศเกาหลีจำต้องมาเยี่ยม เป็นศูนย์การเรียนทางทะเลเกี่ยวกับธรรมชาติแล้วก็สิ่งมีชีวิตใต้สมุทรที่จัดโชว์ไว้ให้ดูอย่างงดงาม มีการจัดแจงแสดงของสัตว์น้ำให้ดูอีกด้วย นอกเหนือจากนั้น ยังมีอุโมงค์ใต้น้ำให้คุณได้เดินดูการใช้ชีวิตของสัตว์น้ำใน่ระดับน้ำลึกโดยประมาณ 80 เมตร เปรียบเสมือนท่านไปอยู่ใต้น้ำเอง รับประกันว่าตื่นตาตื่นใจอย่างไม่ต้องสงสัย
2. ทัวร์เรือดำน้ำซกวิโพ (Seogwipo Submarine) เป็นกิจกรรมหนึ่งของเกาะเชจู ที่พานักท่องเที่ยวทัวร์ประเทศเกาหลีมุดน้ำเพื่อตรวจสอบโลกใต้สมุทรที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลายประเภท หรือท่านที่ไม่สบายที่จะลงไปมุดน้ำ ก็สามารถทัวร์เรือดำน้ำซอกวิโพ ดูดซับมารีน ที่พาท่านตรวจสอบโลกใต้น้ำอย่างสนุก ท่านจะได้มองเห็นความสวยงามของเกาะเชจูใต้น้ำ นอกเหนือจากการที่จะมีปลานานัปการสายพันธุ์แล้ว ยังมีต้นปะการัง แล้วก็ซากเรือที่จมอยู่ใต้น้ำด้วย
3. หมู่บ้านวัฒนธรรมซองอับ (Seongeup Folk Village) เป็นหมู่บ้านที่สร้างด้วยหินหลังคามุงด้วยฟาง ล้อมรั้วด้วยแนวกำแพงหินแบบโบราณ เป็นคุณสมบัติเฉพาะของเกาะเชจู ท่านจะได้ดูวิถีชีวิตของคนท้องถิ้นอย่างแท้จริง
4. พิพิธภัณฑสถานชาโอซุลลิค (O’Sulloc Green Tea Farm and Museum) เป็นสถานที่จัดโชว์ประวัติความเป็นมาของการปลูกชาเขียวประสิทธิภาพสูง ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยสดงดงามของไร่ชา มีการแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้สำหรับการชงชา ถ้วยชา รวมทั้งยังมีชาให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีได้ทดลองลอง มีร้านขายของฝากที่ทำมาจากชา ยกตัวอย่างเช่น ชาผง ชาแต่งรสสำเร็จรูป รวมทั้งสมุนไพรต่างๆ
5. น้ำตกชอนจิยอน (Cheonjeyeon Falls) เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นสายยาวจากผาในป่าลงสู่แอ่งน้ำระดับล่างอย่างงดงามทำให้นักเดินทางทัวร์ประเทศเกาหลีอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปในป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์บริบูรณ์เพื่อสัมผัสกับสายน้ำที่ใสเย็นแล้วก็งดงามที่นี้
6. อุทยานแห่งชาติเทือกเขาฮัลลาซาน (Hallasan National Park) เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในประเทศประเทศเกาหลีใต้ มีความสูงถึง 1,950 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่เที่ยวที่งดงามทางธรรมชาติที่ติดอันดับที่ 182 ของประเทศเกาหลี และก็ยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติอีกด้วย
7. พระราชวังแก้ว (Glass Castle) เป็นพระราชวังที่สร้างด้วยแก้วหลายประเภท มีการตกแต่งแล้วก็แสดงแก้วในลักษณะต่างๆอีกทั้งในร่มรวมทั้งที่โล่งแจ้ง แช่น สะพานแก้ว น้ำตกแก้ว เขาวงกต รวมทั้งปะว่ากล่าวมากมายรรมจากแก้วอีกเยอะมาก
8. หินปู่ หรือ โทลฮารูบัง (Dol Harubang) เป็นเครื่องหมายของเกาะเชจู ที่มีความเชื่อกันว่าจะรอคุ้มครองป้องกันคุ้มครองป้องกันให้ให้รอดอันตรายจากภูตผีปีศาจ
9. สวนเชจู เลิฟแลนด์ (Jeju Love Land) เป็นสวนสาธารณะให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศศึกษาโดยผ่านงานศิลปะที่ใช้ความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างงดงาม แบ่งเป็น 2 ส่วนเป็น ส่วนที่อยู่ที่โล่งแจ้งและก็ส่วนที่อยู่ในร่ม มีการจัดแจงแสดงรูปปั้นปะว่ากล่าวมากมายรรมแสดงการร่วมเพศของผู้คนแล้วก็เรื่องราวความรักมากยิ่งกว่า 140 ชิ้น เป็นสถานที่เที่ยวสำหรับคนแก่สุดที่รักในงานศิลปะ

5 สถานที่เที่ยวในประเทศพม่าที่คุณจะต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

ถ้าเกิดเอ่ยถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากประเทศไทย ส่วนมากคนจำนวนไม่น้อยมักรำลึกถึงการไปไหว้พระเพียงแค่นั้น แต่ความจริงพม่า ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายสไตล์ ที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสสักครั้ง วันนี้พวกเรารวบรวม 5 สถานที่เที่ยวพม่า นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีที่ไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองพูกาม สมุทรเจดีย์รวมทั้งวิถีชีวิตแบบพูกามๆ
ถือเป็นโชคดีของชาวพูกาม ที่พุทธก้าวหน้าถึงขีดสุดเช่นเดียวกันในช่วงเวลานั้น ทำให้พระผู้เป็นเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาพุทธเป็นศาสนาประจำประเทศ พระองค์สร้างเจดีย์ที่แรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” จากนั้นกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รวมทั้งผู้มีอันจะกินทั้งหลายในประเทศพม่าก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด อาจเพราะว่าความศรัทธาที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่มโหฬารแค่ไหน ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากมายเท่านั้น

อาณาจักรพม่าเคยเจริญก้าวหน้าขนาดไหนเราคงไม่ต้องนำเสนอ เพราะว่าแทบ 1,000 ปีให้หลังทุกๆอย่างได้พิสูจน์ตัวเองไปเป็นระเบียบแล้ว ตัวเราต่างหากที่จำเป็นต้องมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่นั้นด้วยตาของพวกเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือเพียง 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่เคยทราบว่าอีกหน่อยจะเหลือให้มองแค่ไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
แม้โลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันเลยดีกว่า! สถานที่เที่ยวในพม่า อีกแห่งที่ต้องการเชิญคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom นับว่าเป็นสวนน้ำแห่งแรกของประเทศพม่า ตั้งอยู่ในเมืองปิ้งกุ้ง ที่นี่คุณจะได้เจอกับสไลด์เดอร์สุดเจ๋งสุดยอด “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้คุณไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้คุณแล้วก็เพื่อนฝูงๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกด้วยกัน ผ่านท่อสีเขียวที่คดเคี้ยว ยาวกว่า 60 เมตร! นอกจากนี้ยังมีโซนสำหรับหนูน้อยอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการเครื่องอำนวยความสะดวกทั้งยังล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก อย่างครบครัน หนีร้อนไปสนุกสนานกับสวนน้ำในย่างกุ้งกันเลยดีกว่า

3. เที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้ดั้งเดิม ที่มีอายุกว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น เราสามารถเดินชมสะพานไม้ไปเรื่อยได้ และยิ่งในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณรอบๆสะพาน จะเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์แวววาวกับสายน้ำ นอกเหนือจากการที่จะได้ดูความสวยของพระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็ตกแล้ว ยังได้มองเห็นวิถีชีวิตของคนเมียนมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดตรึงตาตรึงใจกันเลยทีเดียว

ของร้านค้าขายน้ำดื่ม ขายของกินบนเกาะ ดูดวงตะวันตกในทะเลสาบ แถมมีปลาและก็กุ้งสดๆจากทะเลสาบ ให้ได้ลิ้มรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วรอคอยชมดวงตะวันตกได้อีกด้วย วิธีสุดท้ายเป็นวิธีที่เสียตังน้อยที่สุดหมายถึงสามารถยืนชมวิวบนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละอย่างแรง

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด รวมทั้งวิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่กึ่งกลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ประชาชนดำเนินชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? คือชาวบ้านเค้าสร้างบ้านและก็พักอาศัยกันในทะเลสาบเลยเอ็งรเอ้ยยย ทีนี้เนี่ย แน่ๆการดำรงชีวิตแล้วก็การเพาะปลูกหรือเกษตรกรรมของเค้าต้องเกี่ยวกับทางน้ำ ดังเช่นว่า การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การผลิตบ้านแบบเสาค้ำกึ่งกลางน้ำ รวมถึงยานพาหนะจำเป็นอย่างเรือ ที่แน่ๆมีหยุดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลคือพรสวรรค์ของชาวอินค้างเนี่ยแหละ การนำยเรือด้วยเท้าฝ่ายเดียวสำหรับเพื่อการสัญจรรวมถึงจับสัตว์ในน้ำที่ไม่เหมือนใครในโลก ดังมากเว้ย ดังจนกระทั่งที่นี่เป็นอีกเป้าหมายนึงที่นักท่องเที่ยวต้องมาดูเลยล่ะ รู้แบบนี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต ที่ทะเลเมียนมาร์.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในสมุทรอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดระนองแค่เพียงราว 81.2 กม.แค่นั้น เกาะที่นี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีชายหาด มีช่องว่างอยู่กึ่งกลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ ถ้าเกิดดูจากมุมสูงจะมีความเห็นว่าช่องกึ่งกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น เพิ่มเติมกับบริเวณรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวขจี ทำให้รูปร่างหัวใจนี้แลเห็นชัดแจ้ง จนได้รับการขนานนามจากชาวไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งฝรั่งจะรู้จักกันในนาม “Hidden Lagoon”

เห็นไหมล่ะว่า การไปท่องเที่ยวพม่า ก็มิได้มีแต่การไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สิ่งเดียวเท่านั้น เมียนมาร์ยังมีแหล่งธรรมชาติงามๆอีกเยอะแยะ ถูกอกถูกใจคนชอบท่องเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ แม้มีโอกาสลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การเที่ยวพม่ากว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 สถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเป็นอันขาด อัพเดท 2018

ประเทศเกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เนื่องจากใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแต่ 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว แล้วก็ยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย แม้จะเอ่ยถึงสถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นอันที่จริงแล้วมีมากมายก่ายกองหลายแห่ง ด้วยเหตุนั้นคนใดกันแน่กำลังแพลนลานไปเที่ยวหรือกำลังตัดสินใจว่าจะท่องเที่ยวประเทศไหนดี ทดลองตามมาดู 15 สถานที่เที่ยวห้ามพลาดในประเทศเกาหลี แล้วต้องอยากท่องเที่ยวแน่นอน

1. พระราชวังเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
วังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “วังคยองบกกุง” เป็นสัญญลักษณ์รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล ราชสำนักที่มีขนาดใหญ่และก็โบราณที่สุดในกรุงโซล ทำขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระเจ้าแทโจ วงศ์สกุลโชซอน แต่ก่อนนั้นด้านในราชสำนักมีอาคารและตำหนักต่างๆมากยิ่งกว่า 200 หลัง แม้กระนั้นเมื่อมีการรุกรานของญี่ปุ่น อาคารโดยมากก็ได้ถูกทำลายลงคงเหลือเพียงแค่ 10 ข้างหลังแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนตำหนิค Namiseom Island
เกาะนามิเกิดขึ้นจากผลการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่โดยประมาณ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อเสียงในหมู่คนเกาหลีมานานเพราะเหตุว่ามีธรรมชาติที่สวยยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติได้แก่ กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมถึงนกกระจอกเทศด้วย แล้วก็ที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งผอง เพียงแค่รักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ โดยขณะที่มีนักท่องเที่ยวมาสูงที่สุดจะเป็นตอนฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากต้นไม้มากที่นี่จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยยิ่งไปกว่านั้นทางเท้าใต้ต้นแปะก๊วยที่จะแปลงใบเป็นสีเหลืองสดงดงามมากมาย แต่ตรงนี้คนจะมากมายตลอดทุกฤดู

3. ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
รางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นเลิศในจุดชมซากุระที่งามอันดับที่หนึ่งของประเทศเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถเห็นรถไฟที่วิ่งมาจอดที่สถานีพร้อมทั้งทิวทัศน์อุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในตอนราวต้นเดือนม.ย. สถานีรถไฟคยองฮวาแห่งนี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้แรงงานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แม้กระนั้นจะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในตอนเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลดูดอกซากุระที่จัดอย่างมากใหญ่ของเมืองจินแฮ แม้กระนั้นรถไฟนั้นจะไม่ได้มาจอดที่สถานี เพียงแค่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ ลำคลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream เป็นเลิศในจุดที่มีชื่อเสียงสูงที่สุดสำหรับการดูดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มมีชื่อเสียงกันภายหลังซีรีย์เรื่อง Romance ออกอากาศเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้คลองที่นี้เป็นฉากสำหรับการถ่ายทำ มีชื่อเสียงจนถึงมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ข้ามลำคลองตามชื่อซีรีย์นั่นก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆเมษายนของทุกปีซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาลดูดอกซากุระ ที่ลำคลองแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักเดินทางที่เดินทางมาดูความงามของดอกซากุระ สามารถเดินเล่นได้ด้านบนสะพานและด้านล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคูน้ำ และก็ยังมีดอกเรปซีดเซียวซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กออกดอกสีเหลืองบานพร้อมซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการเสริมแต่งตกแต่งรอบๆคลองในช่วงที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันแจ่มใสมาแขวนไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจน่ารักน่าเอ็นดูๆรวมทั้งในตอนค่ำคืนก็จะเปิดไฟประดับประดาสวยงามมาก

5. เขตช้อปปิ้งเมียงมองป่าดง หรือ มยองป่า
ย่านช้อปปิ้งเมียงป่าดง หรือ มยองดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางกรุงโซล เป็นบริเวณช้อปปิ้งที่ได้รับความนิยมรวมทั้งคักคักที่สุดของกรุงโซล ล่อใจนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน ทั้งยังสามารถเดินทางได้สะดวก ถือว่าเป็นศูนย์กลางของการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ และก็วัฒนธรรมเลยทีเดียว ภายในตลาดเมียงมองป่าดงเต็มไปด้วยร้านขายของ และก็ห้องอาหารนับไม่ถ้วน เป็นเยี่ยมในสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางและนักช้อป

ห้าง
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อาทิเช่น ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างคุ้นชินเซมึง(Shinsegae) ส่วนร้านอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมทั้งร้านหาบเร่ริมถนนที่เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องแต่งตัว สินค้าอื่นๆในราคาไม่แพง รวมทั้งอาหารว่างแสนอร่อย โดยเถ้าแก่จำนวนมากสามารถบอกภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน และก็ไทยได้

เป็นยังไงบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามดูการจัดสถานที่เที่ยวในเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกเพียบเลยจริงๆประเทศนี้ท่องเที่ยวอย่างไรก็ไปไม่หมดกล้วยๆหวังว่าเพื่อนฝูงๆคงจะชอบ แล้วก็ติดตามบทความของพวกเรา คนไหนกันแน่ถูกใจได้โปรดแชร์ให้เพื่อนพ้องๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วเจอกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

5 สุดยอดสถานที่เที่ยวในเวียดนามที่คุณต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อเอ่ยถึงเวียดนามใครๆก็ชอบคิดถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แม้กระนั้นทราบไหมมีสถานที่เที่ยวใหม่ๆน่าสนใจอีกมากมายในเวียดนามที่ตอนนี้กำลังเป็นกระแสอย่างยิ่งๆที่คุณไปเวียดนามจำเป็นต้องไม่พลาด เรามาอัพเดทกันวันเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำต้องสุดๆ5 สถานที่ที่ใดกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โฮเต็ล บนยอดเขา อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 40 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา เทือกเขาบานา เคยเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยด้านบนเป็นบ้านพักและก็โรงแรมของชาวฝรั่งเศสยุคเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 ข้างหลังสงครามชาวฝรั่งเศสพ่ายกลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่นับเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งถูกกลับมาซ่อมแซมเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกทีในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างตะกร้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับการนั่งกระเช้าจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ทีแรกๆมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา และก็ตอนที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดดอย มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ดังนี้ บานาฮิลล์ ถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่เป็นที่รู้จักจากออสเตรเลีย อุปกรณ์และเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งหมดทั้งปวง 94 เคบิน กระเช้ามีอีกทั้งแบบเปิดเตียนโอเพ่นแอร์กับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ภายในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.ท่องเที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสวยสดงดงามรวมทั้งน่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของโลก และก็วันนี้พวกเราจะขอเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอีกทั้งความสวยงาม และความซาบซึ้ง

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างหมายถึงถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำชอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากภายในถ้ำ และก็ได้รับการยอมรับจาก นักตรวจสอบถ้ำทั้งโลกว่า เป็นถ้ำลำดับหนึ่งของโลก เนื่องด้วยเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการเช่น น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำมากที่สุด ยาวที่สุด และก็กว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) คืออีกหนึ่งจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติแล้วก็ทางธรรีวิทยา ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง (หรือประมาณ 400 ล้านปี) นั่นจึงส่งผลให้สวนแห่งนี้มีตำแหน่งที่ตั้งแบบหินปูนที่โบราณที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จัก (Bo Trach) และอำเภอมิญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) และติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาด้านใต้ราว 500 กม. ภายในเขตสวนมีกรุ๊ปหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร สวนนี้โด่งดังในความงดงามของถ้ำที่มีอยู่จำนวนไม่ใช่น้อย และก็ยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีลำน้ำใต้ดินขนาดใหญ่

3.เที่ยวอ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay)
ฮาทดลองเบย์ หรือ อ่าวฮาทดลอง คือสถานที่เที่ยวสำคัญอีกที่ในประเทศเวียดนามที่ความโด่งดังมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งนักเดินทางทุกคนไม่สมควรพลาดดู โดยที่นี่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากหน่วยงานองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติเพราะว่ามีความสวยสดงดงามของธรรมชาติล้นหลาม

ฮาลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาลองตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางทิศตะวันออกโดยประมาณ 170 กิโล แล้วก็อยู่ใกล้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮาทดลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งผอง 1,500 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งยาว 120 กิโล มีเกาะหินปูนปริมาณ 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นกับอย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความงดงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long คือ อ่าวมังกรผู้ดำดิ่ง ตามตำนานราษฎรเวียดนามบอกกันว่า ในอดีตกาลที่ชาวเวียดนามกำลังสู้รบกับจีน เทพเจ้าได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งต่อมามังกรกลุ่มนี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลรอบๆอ่าวฮาลอง ทำให้มีเพชรนิลจินดาและก็หยกพุ่งกระเด็นออกมาเปลี่ยนเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะคุ้มครองผู้รุกราน และบางตำนานกล่าวถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งเชื่อว่าอาศัยอยู่ที่บริเวณก้นอ่าว

4.เที่ยวเมืองซาปา ที่นาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาปา เป็นเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่มีเสน่ห์เยอะที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยทำเลที่ตั้งอันสวยที่ห้อมล้อมไปด้วยแนวเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปีทำให้รุ่งแจ้งของตรงนี้มีไอหมอกปกคลุมงดงาม ในแต่ละปี ซาปา จึงยั่วยวนใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้แวะเวียนมาเที่ยวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาปา เป็นเมืองเล็กๆที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศเริ่มเดินทางมาพักตั้งแต่ยุคที่ฝรั่งเศสยังปกครองประเทศเวียดนาม โดยคนยุโรปรู้สึกชื่นชอบตรงนี้เพราะว่าอากาศดีและสงบเงียบ ถัดมาซาขว้างก็เลยมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นจนมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมหลายหมื่นคนต่อปี

5.เที่ยวหมุยแหน ภูเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักเดินทางที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับประกันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเนื่องจากเทือกเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเคยชินกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้กับหาดทราย จึงมีแดดรวมทั้งลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 แห่ง คือ เทือกเขาทรายขาวแล้วก็ภูเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีร้านอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยสำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่ชื่นชอบมากกว่าในสายตาของช่างถ่ายภาพ เนื่องด้วยสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีสวยกว่าที่เทือกเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตหมายถึงการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่างซึ่งอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

ข้อมูลอื่นๆ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่เยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการมาเที่ยวเป็น เวลาเช้าหรือไม่ก็ตอนเวลาเย็น เนื่องจากว่าช่วงเวลากลางวันถึงตอนเวลาบ่ายนั้นอากาศรวมทั้งแดดแรงมากมาย
เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีอีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้ตระเวนท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วยจ้ะ

เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักเดินทางที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย เพราะภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายท่านรู้จักดีกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ชิดกับริมฝั่ง จึงมีแดดและก็ลมที่แรงมากทีเดียว ที่นี่มีเนินทรายอยู่ 2 ที่ คือ เทือกเขาทรายขาวและภูเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang แล้วก็มีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วย สำหรับภูเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แม้กระนั้นเป็นที่นิยมมากกว่าในสายตาของคนถ่ายรูป เนื่องจากว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายรูปออกมาแล้วสีสวยกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นบอร์ดเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่าง ซึ่งวัสดุอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

ข้อมูลอื่นๆ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แม้กระนั้นขณะที่เยี่ยมที่สุดสำหรับการมาท่องเที่ยว คือ เวลาเช้าหรือไม่ก็ช่วงเวลาเย็นด้วยเหตุว่ากลางวันถึงช่วงเวลาบ่ายนั้นอากาศและก็แดดจัดมาก
เป็นไงบ้างขา สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีอีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้วก็ประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สำรวจท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

5 สุดยอดสถานที่เที่ยวในเวียดนามที่คุณต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อเอ่ยถึงเวียดนามใครๆก็ชอบระลึกถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่ว่าทราบไหมมีสถานที่เที่ยวใหม่ๆน่าดึงดูดอีกเยอะแยะในเวียดนามที่ในตอนนี้กำลังเป็นกระแสอย่างยิ่งๆที่คุณไปเวียดนามต้องไม่พลาด พวกเรามาอัพเดทกันวันเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำเป็นต้องสุดๆ5 สถานที่ตรงไหนกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โรงแรม บนยอดเขา อยู่ห่างจากตัวเมืองดานังประมาณ 40 กิโล ใช้เวลาเดินทางราว 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา เทือกเขาบานา เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยข้างบนเป็นบ้านพักและโฮเต็ลของชาวฝรั่งเศสยุคเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 ข้างหลังการสู้รบชาวฝรั่งเศสพ่ายกลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่นับเป็นเวลาหลายปี จนถึงถูกกลับมาบูรณะเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกทีในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างตะกร้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับเพื่อการนั่งตะกร้าจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน ค่าใช้สอยสำหรับในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ทีแรกๆมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา แล้วก็ตอนที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดดอย มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ บานาฮิลล์ ถูกทำขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่มีชื่อจากประเทศออสเตรเลีย เครื่องไม้เครื่องมือรวมทั้งเครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดเส้นทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งสิ้น 94 เคบิน กระเช้ามีทั้งแบบเปิดโล่งโอเพ่นแอร์กับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ภายในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.ท่องเที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีนานาประการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ และยังรวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความงามและก็น่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของโลก และวันนี้พวกเราจะขอแนะนำสถานที่เที่ยวที่มีทั้งความงาม และก็ความตรึงใจ

โดยสถานที่เที่ยวที่มีชื่อของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างหมายถึงถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) เป็นต้นเกิดของแม่น้ำซอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากข้างในถ้ำ รวมทั้งได้รับการยอมรับจาก นักตรวจถ้ำทั่วทั้งโลกว่า เป็นถ้ำอันดับหนึ่งของโลก เพราะเหตุว่าเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการอาทิเช่น น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำสูงที่สุด ยาวที่สุด และก็กว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) คืออีกหนึ่งจุดมุ่งหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากมายแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติรวมทั้งทางธรรีวิทยา ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยน้ำแข็ง (หรือราวๆ 400 ล้านปี) นั่นจึงส่งผลให้อุทยานที่นี้มีภูมิประเทศแบบหินปูนที่โบราณที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จะ (Bo Trach) แล้วก็อำเภอมิญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) แล้วก็ติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาทางใต้ประมาณ 500 กม. ด้านในเขตสวนมีกลุ่มหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร อุทยานนี้โด่งดังในความสวยงามของถ้ำที่มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว และยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีลำน้ำใต้ดินขนาดใหญ่

3.เที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
ฮาทดลองเบย์ หรือ อ่าวฮาทดลอง คือสถานที่เที่ยวสำคัญอีกแห่งในประเทศเวียดนามที่ความโด่งดังโด่งดังไปทั่วทั้งโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่ควรพลาดชม โดยที่นี่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากหน่วยงานยูเนสโกเพราะเหตุว่ามีความสวยงามของธรรมชาติเยอะแยะ

ฮาลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาทดลองตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางทิศตะวันออกราว 170 กิโลเมตร และอยู่ใกล้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮาลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งผอง 1,500 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งยาว 120 กม. มีเกาะหินปูนปริมาณ 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวสมุทร บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นกับอย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาทดลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long หมายถึง อ่าวมังกรผู้ดำดิ่ง ตามตำนานราษฎรเวียดนามชี้แจงกันว่า ในอดีตที่ชาวเวียดนามกำลังทำศึกกับจีน ทวยเทพเทวดาได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งถัดมามังกรกลุ่มนี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลบริเวณอ่าวฮาลอง ทำให้มีอัญมณีและก็หชูพุ่งกระเด็นออกมาเปลี่ยนเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะคุ้มครองผู้บุกรุก แล้วก็บางตำนานกล่าวถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งเชื่อว่าอาศัยอยู่ที่รอบๆตูดอ่าว

4.เที่ยวเมืองซาขว้าง ท้องนาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาขว้าง คือเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมากที่มีเสน่ห์มากที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยภูมิประเทศอันสวยสดงดงามที่รุมล้อมไปด้วยขุนเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นเกือบจะตลอดปีทำให้รุ่งแจ้งของที่นี่มีไอหมอกปกคลุมสวย ในแต่ละปี ซาขว้าง จึงล่อใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้แวะเวียนมาเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาปา คือเมืองเล็กๆที่นักเดินทางต่างชาติเริ่มเดินทางมาพักตั้งแต่ยุคที่ฝรั่งเศสยังดูแลประเทศเวียดนาม โดยชาวยุโรปชอบใจตรงนี้เพราะเหตุว่าอากาศดีแล้วก็สงบเงียบ ต่อมาซาขว้างจึงเป็นที่รู้จักรวมทั้งเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นเรื่อยๆจนมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมหลายหมื่นคนต่อปี

5.ท่องเที่ยวหมุยแหน เทือกเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักเดินทางที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเนื่องจากภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายคนรู้จักกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่แล้วก็อยู่ใกล้กับริมฝั่ง ก็เลยมีแดดรวมทั้งลมที่แรงมากทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 ที่หมายถึงเทือกเขาทรายขาวรวมทั้งเทือกเขาทรายแดง ซึ่งเทือกเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang แล้วก็มีร้านอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วยสำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ว่าได้รับความนิยมมากยิ่งกว่าในสายตาของช่างภาพ เหตุเพราะสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีงามกว่าที่เทือกเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตเป็นการเล่นบอร์ดเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่างซึ่งเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ว่าขณะที่ยอดเยี่ยมสำหรับในการมาท่องเที่ยวคือ ช่วงเวลาเช้าหรือไม่ก็ตอนเย็น เนื่องจากช่วงเวลากลางวันถึงช่วงเวลาบ่ายนั้นอากาศและแดดแรงมากมาย
เป็นไงบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้สัญจรท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วยจ้ะ

เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่ที่นี้ยืนยันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย ด้วยเหตุว่าภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่หลายท่านเคยชินกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับริมฝั่ง จึงมีแดดรวมทั้งลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 แห่งเป็นภูเขาทรายขาวและก็ภูเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วย สำหรับภูเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่เป็นที่ชื่นชอบมากกว่าในสายตาของคนถ่ายรูป เนื่องด้วยสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิต คือ การเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่าง ซึ่งเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆภูเขาทราย

รายละเอียดเพิ่มเติม : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แม้กระนั้นช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมที่สุดในการมาเที่ยว คือ ช่วงเช้าหรือไม่ก็ตอนเวลาเย็นเนื่องจากช่วงเวลากลางวันถึงตอนเวลาบ่ายนั้นอากาศแล้วก็แดดแรงมาก
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและก็ประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้ตรวจตราท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่ๆ ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมทั้งค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

เที่ยวพม่ากับทัวร์ สบายกว่าเที่ยวเองยังไง…?

ดำเนินงานกันมาอิดโรยๆตลอดปี ลองหาวันว่างนิดหน่อยหน่อย ไปเที่ยวใกล้บ้านที่ประเทศพม่ากันมั้ยขา? ปี 2018 นี้ ประเทศพม่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีนักท่องเที่ยวสนใจท่องเที่ยวมากเพิ่มขึ้นกว่าทุกปี พูดได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งมากยิ่งกว่าทัวร์ประเทศฮ่องกงแล้วก็สิงคโปร์กันอย่างยิ่งจริงๆล่ะค่ะ ต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ ทัวร์เมียนมาร์ ได้รับความพึงพอใจรวมทั้งขายดีก็คือ การไป ท่องเที่ยวเมียนมาร์ด้วยตัวเอง ถือว่ายังเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยสะดวกมากสักเท่าไรนัก ถ้าคนใดไม่ใช่สายฝ่าหรือเตรียมความพร้อมรับการเสี่ยงได้ทุกเหตุการณ์ ชี้แนะให้ เที่ยวพม่ากับทัวร์ น่าจะตอบโจทย์มากกว่า ถ้าหากอยากทราบว่าท่องเที่ยวแบบซื้อ ทัวร์ประเทศพม่า สบายกว่าท่องเที่ยวเองเช่นไรมาดูกันจ้ะ
1.การคมนาคม
ในประเทศพม่า รถยนต์สาธารณะแต่ละเมืองยังมีน้อย ทำให้การต่อรถหรือขึ้นลงเวลาจะเดินทางไปยังที่เที่ยวต่างๆอาจจะไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ ประกอบกับป้ายบอกทางก็เป็นภาษาเมียนมาร์ทั้งหมด ทำให้บางทีก็อาจจะจะต้องใช้เวลามากมาย แถมบางทีอาจยังหลงทางแบบไม่คาดคิดอีกด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าเกิดจะไป เที่ยวประเทศพม่าด้วยตัวเอง จำต้องทำการบ้านหนักพอควรเลยล่ะจ้ะ แต่ว่าถ้าหากไปท่องเที่ยวพม่ากับทัวร์ ก็จะสะดวกมากมาย เพราะเหตุว่ามีรถรับส่งตลอดทริป ถ้าท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆที่แต่ละจุดไกลห่างกัน ไปกับทัวร์จะคุ้มกว่ามากเลยค่ะ
2.การสื่อสารภาษาพูด
ท่องเที่ยวต่างถิ่น สิ่งนึงที่จำต้องพบเป็นขั้นแรกก็คือความไม่เหมือนในเรื่องของภาษา ในตัวเมืองย่างกุ้ง พวกเรายังพอติดต่อสื่อสารภาษาอังกฤษกับคนท้องถิ่นได้ตามปกติ ยกตัวอย่างเช่น การสั่งอาหาร หรือถามทาง แต่ว่าถ้าหากออกไปเที่ยวชานเมืองย่างกุ้ง จะพบผู้คนที่ติดต่อสื่อสารภาษาอังกฤษได้ลดน้อยลง ก็บางครั้งอาจจะจำต้องใช้หลายๆความสามารถเพื่อติดต่อสื่อสารกันให้เข้าใจ แต่ว่าถ้าหากไป ท่องเที่ยวกับทัวร์ ก็จะมีไกด์หรือหัวหน้าทัวร์ ช่วยเสวนา หรือจัดแจงตลอดการเดินทางเลยค่ะ
3.ร้านอาหาร
เรื่องชีพเป็นสิ่งจำเป็นเลยจ้ะ ไปเที่ยวก็ต้องได้ทดลองลองอาหารของท้องถิ่นนั้นๆด้วย ถ้าเกิดไปเที่ยวเองบางครั้งอาจจะลำบากหน่อยเวลาเจออาหารที่ไม่คุ้นหน้าชินตาสั่งไปแล้วก็ต้องมาลุ้นอีกว่ามันเป็นยังไง กินได้มั้ย แต่ว่าถ้าเกิดท่องเที่ยวประเทศพม่ากับทัวร์ไม่ต้องลุ้นเรื่องของกิน ว่ารสชาติจะอร่อยไหม สะอาดหรือไม่ เนื่องจากบริษัททัวร์จะเลือกสรรห้องอาหารที่ถูกสุขลักษณะ รสชาติเข้ากับชาวไทย แถมไม่ต้องต่อคิวคอยอาหารลงอีกด้วย
4.การไหว้พระขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เมียนมาร์ขึ้นชื่อลือนามในเรื่องของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆคนไม่ใช่น้อยต้องการท่องเที่ยวแสวงบุญที่พม่าสักหนึ่งครั้งในชีวิต แม้กระนั้นถ้าหากท่องเที่ยวเอง ไปถึงสถานที่ทั้งทีถ้าหากไม่รู้จักกรรมวิธีการไหว้ที่ถูกต้องก็น่าจะไปแบบงงงันๆทำอะไรไม่ค่อยถูก แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยทราบเช่นเดียวกันว่าที่ไหว้ไปแล้วเป็นแนวทางที่ถูกหรือไม่ แต่ว่าถ้าหากไปเที่ยวกับทัวร์ คุณจะได้รับบริการข้อเสนอแนะจากไกด์ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งข้อเสนอหัวข้อการแต่งกาย การสวดภาวนา ไหว้พระ ขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในแต่ละสถานที่ พร้อมคำพรรณนาที่จะทำให้ท่านเข้าใจประวัติความเป็นมาของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นๆอย่างถูกต้องลึกซึ้ง
5.สะดวกมากมายเมื่อพาคุณพ่อคุณแม่เที่ยว
ถ้าเกิดลูกๆคนใด อยากได้พาคุณพ่อกับคุณแม่ไปเที่ยวพม่า ไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แนวทางในการเลือกซื้อ ทัวร์เมียนมาร์ ท่องเที่ยวนั้นจะเหมาะอย่างยิ่งที่สุดเลยค่ะเนื่องจากว่าคุณจะได้ในเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบายสำหรับในการเดินทาง อาหารการกินต่างๆรวมถึงที่พักแบบนอนสบาย แถมยังไม่ต้องถือกระเป๋าสัมภาระเองให้อิดโรยอีกด้วย
6.ไม่ต้องลุ้นเรื่องที่พัก
ถ้าไป เที่ยวประเทศพม่าด้วยตัวเอง เวลาจองห้องพักไปแล้ว เพียงพอไปถึงที่พักคุณอาจต้องลุ้นว่าที่พักจะดีงามดังที่อ่าน Review มาหรือเปล่า แต่ว่าถ้าหากซื้อ ทัวร์ประเทศพม่า ส่วนใหญ่ในโปรแกรมจะจัดที่พักอย่างยอดเยี่ยม เป็นโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ยืนยันว่าสะอาดและก็ปลอดภัย พักได้สบายใจ ไม่ต้องลุ้นแน่ๆจ้ะ
แนวทางในการเลือกซื้อ ทัวร์ประเทศพม่า ก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาสำหรับในการวางแผนหรือเรียนรู้หาข้อมูลท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ทั้งยังหากว่าทริปนี้มีคุณพ่อและก็คุณแม่หรือคนชราร่วมทริปด้วย การไป ท่องเที่ยวเมียนมาร์กับทัวร์ ก็ดูเหมือนจะเหมาะสมรวมทั้งคุ้มมากกว่าเที่ยวเองแน่ๆจ้ะส่วนผู้ใดกันแน่เป็นสายฝ่า จะท่องเที่ยวด้วยตัวเองกับแฟนหรือเพื่อนๆก็น่าจะได้ประสบการณ์ที่สนุกแปลกใหม่ไปอีกแบบ ยังไงก็ทดลองเลือกการเที่ยวที่เหมาะสมกับตนเองดูนะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

เยี่ยมมัณฑะเลย์ เมืองที่มนต์เสน่ราชจังหวัดสุดท้ายของประเทศพม่า

“เยือนมัณฑะเลย์ เมืองที่มนต์เสน่ราชเมืองสุดท้ายของพม่า”
วันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยงตรงในพม่าอีกมุมมองหนึ่งก็คือเมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีอารายธรรมเฉพาะตัว เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวเผลอไผลจนถึงไม่ทราบลืม
มัณฑะเลย์เป็นอดีตเมืองหลวงราชบุรีในที่สุดก่อนที่จะเสียประเทศให้กับการรุกรานของอังกฤษ ที่นี่ถือเมืองใหญ่ชั้นลำดับที่สองของประเทศพม่ารองจากนครย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในเขตฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งโดยประมาณ 716 กิโลเมตรและก็พระเจ้ามินป่าดงทรงย้ายราชจังหวัด มาก่อตั้งเป็นเมืองหลวงราชเมืองในปี คริสต์ศักราช 2400 โดยพระเจ้ามินป่าดง โดยตั้งชื่อตามเทือกเขามัณฑะเลย์ ที่อยู่ใกล้เคียง วงเวียนของเมืองมัณฑะเลย์
พุกาม
เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่สวยมากมายแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของเจดีย์เยอะมากกว่า5,000 องค์ จนได้รับฉายาว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่บ่งถึงความรุ่งโรจน์ของพุทธศาสนาในประเทศประเทศพม่าได้เป็นอย่างดีคนทั่วๆไปจึงเรียกเมืองประเทศพม่านี้ว่าเป็นอู่อาริยธรรมของประเทศ
ภูเขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เป็นจุดสำหรับชมวิวสวยสดงดงามรวมทั้งมีสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาสำคัญๆให้นักเดินทางได้ดู ดูธรรมชาติ มองวิวอันสวยงามที่สุด รวมทั้งสามรถยนต์มองดูเมืองมัณฑะเลย์ ได้ดูเหมือนจะทั้งหมด สามารถเห็นทิวทัศน์ของเมืองมัณฑะเลย์ได้เป็นอย่างดี เป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างพากันแวะเวียนมาสัมผัส เที่ยวชมตลอดเวลา
สะพานไม้อูเบ็ง
สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ทำขึ้นในยุคพระเจ้าโบดอพญา สร้างขึ้นเพื่อข้ามทะเลสาบToungthamon ระยะทางกว่า 1 กม. จุดแข็งของสะพานเเห่งนี้นอกเหนือจากที่จะเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดเเล้วนั้น สะพานอูเบ็ง ยังสร้างขึ้นจากไม้สัก ที่รื้อถอนมาจากราชสำนัก เเห่งกรุงอังวะ
ตักบาตรพระ
กิจกรรมยอดฮิตที่พลาดมิได้เมื่อไปเยื่อนเมียนมาร์เป็นการตักบาตรพระ ในตอนเวลาสายๆจะมีพระเมียนมาร์เดินเรียงแถวออกมาเพื่อรับบิณฑบาตโดยใช้บาตรที่ทำจากไม้ไผ่สานลงรักสีดำสนิท โดยรอบๆวัดจะมีคนมาเร่ขายคอกไม้ ข้าวโพดต้ม กับข้าวต่างๆหรือหากไม่ได้อยากต้องการซื้อเราสามารถถวายเงินตามกำลังเชื่อถือได้เลย
นี่เป็นเพียงภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งส่วนใดของเมืองมัณฑะเลย์ นอกจากนี้ประเทศพม่ายังมีสถานที่เที่ยวที่สวยสดงดงาม และก็น่าดึงดูดอีกเยอะแยะที่ยังคอยเราไปสัมผัสไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต แล้วก็วัฒนธรรมที่มีความคล้ายกับไทยเรา และก็ที่สำคัญใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง คนใดมีเวลาว่างๆก็อย่าลืมพม่า ไม่งกะละบานะค่ะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ไหว้พระเมียนมาร์ รวม 5 สถานที่ทำบุญสุนทาน เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางพวกเราจึงได้เก็บรายชื่อ 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระเมียนมาร์นิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อเอ่ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนโดยมากชอบรำลึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นลำดับหนึ่งสถานที่สุดได้รับความนิยมชั้น 1 ของทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ เนื่องมาจากมีรายการวิทยุและรายการทีวีหลายรายการกันเลยทีเดียวที่จัดทัวร์ไหว้พระประเทศพม่าตรงนี้ ก็เลยไม่ประหลาดใจว่าเพราะอะไรพวกเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งอย่างดีเยี่ยม
ส่วนที่มาที่ไปของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองกระทั่งใครๆก็ต้องการมาทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกศึก รวมทั้งแน่ๆว่าท้ายที่สุดเขาก็ชอบชนะซะทุกคราว นอกจากนี้ยังมีความเชื่อของชาวมอญรวมทั้งชาวประเทศพม่าอีกด้วยว่าการมากราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นวิถีทางพ้นทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บแล้วก็อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีประจำวันกำเนิดประดิษฐานอยู่ 8 ด้าน ที่สามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทพทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์พม่า
เว้นแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์พม่าไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทพทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” คือจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแต่ต่ำยิ่งกว่าเทพตามคติความเลื่อมใสพม่า มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนนับถือ
ส่วนที่มาของชื่อ เทวดาทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรที่นี่แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมปรารถนา ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ เทพทันใจ แล้วก็ยอดเยี่ยมในต้นสายปลายเหตุที่คนอีกหลายๆคนไปเที่ยวไหว้พระพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระประเทศพม่ากับ เทวดากระซุบกระซิบ (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อเราไปไหวเทพทันใจแล้ว จำนวนมากท่องเที่ยวเมียนมาร์จะพาไปไหว้พระ สักการะ เทพกระซุบกระซิบ กันต่อเลย เพราะว่าสถานที่ตั้งของเทพกระซิบกระซาบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพกระซิบมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรสาวของพญานาคที่เลื่อมใสศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก เมื่อตายไปจึงกลายเป็น นัต
ส่วนสาเหตุของชื่อเทพกระซิบ และก็ความศักดิ์ที่ดึงดูดไหว้พระพม่านั้น บอกเลยว่ามีสาเหตุมาจากคนประเทศไทยนี่แหละ เดิมทีชาวประเทศพม่าก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แต่ว่าไม่มีผู้ใดไปกระซุบกระซิบอะไร จนวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระประเทศพม่าได้พาคนไทยไปและมองเห็นป้ายภาษาเมียนมาร์ที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เนื่องจากว่ามีพ่อค้าแม่ขายรอบๆนั้นถูกใจโหวกเหวกโวยวาย แต่ว่าไกด์รู้ผิดก็เลยบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “ถ้าจะขอพรกับเทวดาองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” จากนั้นลูกทัวร์คนไทยก็ไปกระซิบบอกขอพร ซึ่งแน่นอนชาวเมียนมาร์เห็นคนไทยทำแล้วก็สมหวังตามต้องการก็เลยเริ่มทำบ้างจนเปลี่ยนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในที่สุด
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ปิ้งกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระประเทศพม่าโน่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้เอามาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่สมัยพระเจ้าบุเรงนอง นับว่าเป็นสิ่งอำนาจที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามาเป็นเวลายาวนาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบประเทศพม่า สวยสดงดงาม งอนงาม โดยมีคุณลักษณะเด่นตรงที่ตัววัดจะเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมที่งาม ก็เลยเหมาะอย่างยิ่งที่จะมาไหว้พระเมียนมาร์ที่วัดนี้
5.สักการพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
ถ้าเกิดเมืองไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งเย้ายวนใจนักท่องเที่ยวแล้ว ไหว้พระพม่าก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเหมือนกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพระพุทธรูปปริมาณยาวประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่ามีข้อดีตรงที่ดวงตาที่ดูหวานแล้วก็ผ้าจีวรที่เป็นพลิ้วไหวๆส่วนตรงจุดศูนย์กลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกนั้นพระบาทยังมีลักษณะซ้อนกันทำให้ไม่เหมือนกันกับศิลปะแบบไทยอีกด้วย